ไวยากรณ์เกาหลี -(으)ㄹ 수 있다, -고 싶다 — ได้ อยาก ต้อง ห้าม ในภาษาเกาหลี
ท้ายกริยาห้ารูปที่มาถึงพร้อมกัน: ทำได้ อยากทำ ต้องทำ ทำก็ได้ ห้ามทำ — และคู่หนึ่งที่ ได้ ของไทยรวมไว้ในคำเดียว แต่ภาษาเกาหลีแยกออกจากกัน
ในหน้านี้
ความสามารถ — -(으)ㄹ 수 있다 / 없다 และ 못
ข่าวดีก่อน: ได้ ของความสามารถในภาษาไทยอยู่หลังกริยา (พูดได้ ไปได้) และ -(으)ㄹ 수 있다 ก็เกาะท้ายกริยาเช่นกัน ตำแหน่งตรงกันพอดี — ต่างจาก อยาก ต้อง ควร ที่จะเจอถัดไป ซึ่งภาษาไทยวางไว้หน้ากริยา แต่ภาษาเกาหลีวางไว้ท้ายเสมอ
ต่อ -을 수 있다 หลังพยัญชนะท้าย และ -ㄹ 수 있다 หลังสระ — รวมถึงหลังต้นกริยาที่ลงท้ายด้วย ㄹ ซึ่งจะทิ้ง ㄹ ของตัวเอง: 살다 → 살 수 있어요 ไม่ใช่ 살을 수 있어요 รูปปฏิเสธเปลี่ยน 있다 เป็น 없다
| 먹다 → 먹을 수 있어요. | กินได้ |
| 가다 → 갈 수 있어요. | ไปได้ |
| 갈 수 없어요. | ไปไม่ได้ |
| 못 가요. | ไปไม่ได้ — แบบที่พูดกันในชีวิตประจำวัน |
못 กับ -(으)ㄹ 수 없다 ทับซ้อนกันมาก อย่าหากฎที่แยกสองอย่างนี้ขาดจากกัน ความต่างที่ใช้ได้จริงคือระดับภาษา: 못 สั้นและเป็นภาษาพูด ส่วน -(으)ㄹ 수 없다 ฟังดูเด็ดขาดกว่า ใกล้กับ "เป็นไปไม่ได้" มากกว่า "ไม่ได้" สังเกตตำแหน่งด้วย — ภาษาไทยแทรก ไม่ ไว้ระหว่างกริยากับ ได้ (ไปไม่ได้) แต่ 못 อยู่หน้ากริยา ไม่ใช่ตรงกลาง
กับกริยา 하다 못 เข้าไปอยู่ข้างใน เหมือน 안 ทุกประการ — และช่องว่างมีความหมาย ภาษาไทยไม่เว้นวรรคระหว่างคำ นี่จึงเป็นจุดที่ต้องตั้งใจดูเป็นพิเศษ
| 공부 못 해요. | เรียนไม่ได้ — มีอะไรบางอย่างขวางอยู่ |
| 공부 못해요. | เรียนไม่เก่ง — 못하다 เขียนติดกันเป็นกริยาเดียว จึงไม่มีช่องว่างข้างใน |
ความต้องการ — -고 싶다 และทำไมใช้กับคนอื่นไม่ได้
-고 싶다 ต่อท้ายต้นกริยา ไม่มีการกลมกลืนสระ ไม่มีการเปลี่ยนรูป — ง่ายที่สุดในบทนี้ ข้อแรกที่ต่างจาก อยาก คือตำแหน่ง: อยาก อยู่หน้ากริยา -고 싶다 อยู่หลัง ข้อที่สองซึ่งสำคัญกว่ารออยู่ในย่อหน้าถัดไป
| 가고 싶어요. | อยากไป |
| 뭐 하고 싶어요? | อยากทำอะไร — ใช้ได้ เพราะถามคนตรงหน้า |
| 동생이 가고 싶어해요. | น้องอยากไป |
| ✗ — ความต้องการของคนอื่นใช้ -고 싶다 ตรง ๆ ไม่ได้ |
กฎคือ: -고 싶다 สำหรับตัวเองและสำหรับคำถามที่ถามคนตรงหน้า; -고 싶어하다 เมื่อเล่าถึงความต้องการของบุคคลที่สามในรูปปัจจุบันธรรมดา ส่วนในการเล่าเรื่องอดีต 동생이 가고 싶었어요 ใช้ได้ตามปกติ ภาษาเกาหลีถือว่าสภาพในใจของคนอื่นเป็นสิ่งที่คุณสังเกตเห็น ไม่ใช่สิ่งที่คุณรู้ ภาษาไทยพูด น้องอยากไป ได้ทันทีโดยไม่ต้องเปลี่ยนอะไร จุดนี้จึงเป็นที่ที่คนไทยพลาดบ่อย
คุณจะได้ยินกรรมถูกกำกับได้ทั้งสองแบบ — 물을 마시고 싶어요 และ 물이 마시고 싶어요 ใช้ทั้งคู่ ไม่มีแบบไหนผิด
ต้อง ทำก็ได้ ห้าม — และคู่ที่ทำให้ทุกคนสะดุด
ทั้งหมดนี้สร้างจากรูป 아/어 ที่คุณทำอยู่แล้วสำหรับ 아요/어요 ถ้าพูด 먹어요 ได้ ก็พูด 먹어야 돼요 ได้
| 가야 돼요. / 가야 해요. | ต้องไป — 돼요 ในภาษาพูด 해요 เป็นทางการขึ้นเล็กน้อย |
| 가도 돼요? | ไปได้ไหม — ขออนุญาต |
| 가면 안 돼요. | ห้ามไป / ไปไม่ได้ (ไม่อนุญาต) |
| 안 가도 돼요. | ไม่ต้องไป / ไม่ไปก็ได้ |
ดูสองบรรทัดสุดท้าย ภาษาไทยมีคำต่างกันอยู่แล้ว — ห้าม กับ ไม่ต้อง — และภาษาเกาหลีก็แยกเช่นเดียวกัน: 가면 안 돼요 คือห้าม 안 가도 돼요 คือปลดภาระ กับดักของคนไทยอยู่ที่รูปคำ: เพราะ ไม่ต้อง คือ ไม่ + ต้อง หลายคนจึงประกอบ 가지 않아야 돼요 ขึ้นตรง ๆ — เป็นประโยคเกาหลีจริง แต่แปลว่า "ไม่ควรไป" ซึ่งตกไปฝั่งห้าม ไม่ใช่ฝั่งปลดภาระ
อีกหนึ่งอย่าง เพราะเป็นอีกครึ่งของ "ไม่": คำสั่งเชิงปฏิเสธ ไม่ใช้ทั้ง 안 และ -지 않다 แต่ใช้ -지 마세요 ซึ่งตรงกับ อย่า/ห้าม ของไทย ไม่มีทางประกอบมันจากรูปข้างบน — 안 가세요 แปลว่า "คุณไม่ไป" แบบสุภาพ ไม่ใช่ "อย่าไป"
| 가지 마세요. | อย่าไป |
| 걱정하지 마세요. | อย่ากังวล |
| 가지 마. | อย่าไป — 반말 |
| 가면 안 돼요. / 가지 마세요. | "ห้ามไป" บอกกฎ ส่วน "อย่าไป" เป็นคำสั่ง — ใกล้กับความต่างของ ห้าม กับ อย่า ในภาษาไทย |
ขอให้ทำอะไรให้ — -아/어 주세요
ไม่ใช่กริยาช่วย แต่อยู่ในบทนี้เพราะเป็นสิ่งที่หกที่คุณต้องใช้ทันทีที่พูดอีกห้าอย่างได้ ตรงกับ ช่วย…หน่อย ของไทย — เพียงแต่ ช่วย อยู่หน้ากริยา ส่วน 주세요 ต่อท้าย
| 도와주세요. | ช่วยด้วย / ช่วยหน่อย |
| 잠깐 기다려 주세요. | กรุณารอสักครู่ |
| 물 주세요. | ขอน้ำหน่อย — คำนามเปล่า ๆ ต่อ 주세요 ได้เลย |
| 다시 말해 주시겠어요? | ช่วยพูดอีกครั้งได้ไหม — นุ่มนวลและสุภาพกว่า |
ตำแหน่งของมัน — ก่อนกาล รอบคำยกย่อง
ทั้งหมดนี้เป็นกรอบที่ห่อกริยา และ กาลไปอยู่ด้านนอก กับ -고 싶다 เครื่องหมายอดีตกำกับที่ 싶다 ไม่ใช่ที่กริยาหลัก อีกสองกรอบยอมให้อยู่ได้ทั้งสองข้าง และการเลือกเปลี่ยนความหมาย — 가야 했어요 (ตอนนั้นต้องไป) กับ 갔어야 했어요 (ควรจะไป แต่ไม่ได้ไป) ภาษาไทยไม่ผันกาล บอกด้วย แล้ว/ตอนนั้น แทน คุณจึงต้องจำว่าเครื่องหมายอดีตของเกาหลีมีที่อยู่ตายตัว
| 가고 싶었어요. | ตอนนั้นอยากไป |
| ✗ — อดีตต้องอยู่ที่ 싶다 | |
| 갈 수 있었어요. | ตอนนั้นไปได้ |
| 가야 했어요. | ตอนนั้นต้องไป |
| 가실 수 있어요? | ไปได้ไหม (ยกย่องผู้ฟัง) — -시- แทรกด้านใน ที่กริยาหลัก |
นี่คือการซ้อนชั้นแบบเดียวกับที่อธิบายไว้ใน วิธีสร้างกริยาเกาหลี: ต้นกริยา แล้วคำยกย่อง แล้วกาล แล้วท้ายกริยา กรอบเหล่านี้เพียงเพิ่มอีกหนึ่งชั้นตรงจุดที่ท้ายกริยาอยู่
ห้าข้อผิดพลาดที่ควรจำ
먹을 수 있어요?เพื่อถามว่า กินได้ไหม (ขออนุญาต) → 먹어도 돼요? — แบบแรกถามว่าเป็นไปได้ไหม갔고 싶어요→ 가고 싶었어요동생이 가고 싶어요→ 동생이 가고 싶어해요가지 않아야 돼요เพื่อบอกว่า ไม่ต้อง → 안 가도 돼요안 공부해요 / 공부못해요→ 공부 안 해요 / 공부 못 해요 — ทั้ง 안 และ 못 แทรกเข้าไปในกริยา 하다
ชุดประโยคด้านล่างเป็นประโยคพูด ซึ่งเป็นที่ที่ท้ายกริยาเหล่านี้อาศัยอยู่จริง — 가도 돼요? และ 가야 돼요? เป็นสิ่งที่คุณได้ยินบ่อยกว่าได้อ่านมาก
เมื่อ 수 있다 หมายถึงการอนุญาตจริง ๆ — ข้อยกเว้นเดียว
ข้อแม้ที่ต้องบอกตามตรง 수 있다 ไม่ได้ถูกปิดกั้นจากความหมายอนุญาตโดยสิ้นเชิง ในร้านค้าหรือบ้านของใครสักคน 여기서 사진 찍을 수 있어요? ถูกฟังเป็นการถามว่าถ่ายรูปได้ไหม — ในบริบทนั้น "เป็นไปได้ไหม" กับ "อนุญาตไหม" หลอมรวมกัน เหมือนที่ ถ่ายรูปได้ไหม ของไทยรวมสองความหมายไว้ตลอด 어도 돼요 ตกเป็นการอนุญาตเสมอ ส่วน 수 있다 เป็นเพียงบางครั้ง ใช้ตัวที่ไม่ต้องให้ใครเดา
ฝึกเรื่องนี้
คู่มือทั้งหมด
- อ่านฮันกึล (한글) ตัวอักษรเกาหลี: 5 รูป 2 ขั้นตอน กับบ่ายเดียว
- ลำดับคำภาษาเกาหลี: กริยาอยู่ท้ายประโยคเสมอ
- คำช่วยภาษาเกาหลี 은/는 กับ 이/가: คำช่วยที่ทำให้ทุกคนสะดุด
- คำช่วยภาษาเกาหลี 에 กับ 에서, 을/를, (으)로: คำช่วยหลังจากประธาน
- การผันกริยาภาษาเกาหลี: จาก 먹다 เป็น 먹어요 — กฎ 아요/어요
- กริยาผิดกฎภาษาเกาหลี ㅂ ㄷ ㅅ 르 으 ㅎ — หกแบบ และคู่ที่ต้องจำ
- รูปขยายนามภาษาเกาหลี 읽은 책, 읽는 책, 읽을 책 — “หนังสือที่…” แบบเกาหลี
- ระดับภาษาเกาหลี 반말, 해요체, 합쇼체 — ความสุภาพอยู่ในท้ายกริยา ไม่ใช่แค่คำลงท้ายกับสรรพนาม
- คำลงท้ายภาษาเกาหลี -네요 -죠 -군요 -잖아요: ชั้นของ 'นะ สิ นี่ ไง' ที่ทำให้ฟังเป็นคนเกาหลี
- -(으)ㄹ까요 กับ -(으)ㄹ 것 같다 ภาษาเกาหลี: ถาม เสนอ และไม่ฟันธง — เทียบ …ดีไหม / …ได้ไหม กับ คง / น่าจะ
- คำยกย่องภาษาเกาหลี 시, 님, 께서 — และคำที่เปลี่ยนทั้งคำเหมือนราชาศัพท์
- ลักษณนามภาษาเกาหลี 개·명·권·잔 — ทำไม 하나 กลายเป็น 한
- กาลในภาษาเกาหลี: อดีต ปัจจุบัน อนาคต — และ 겠 สำหรับสิ่งที่คุณคาดเดา
- คำเชื่อมประโยคภาษาเกาหลี 고, 서, 지만, 니까 — และ/แต่/เพราะ ที่ย้ายไปอยู่ท้ายกริยา
- กฎการออกเสียงภาษาเกาหลี: ทำไมถึงฟังไม่ตรงกับตัวเขียน
- พูดตาม (Shadowing) ภาษาเกาหลี: วิธีฝึกฟัง-พูดที่ได้ผลจริงสำหรับคนไทย