ShadowingKorean

ลำดับคำภาษาเกาหลี: กริยาอยู่ท้ายประโยคเสมอ

ประธาน – กรรม – กริยา และนิสัยจากภาษาไทยที่ต้องเลิกเมื่อพูดภาษาเกาหลี

ในหน้านี้
  1. กริยาอยู่ท้ายประโยค
  2. ยังไม่จบประโยค ก็ยังไม่รู้ความหมาย
  3. ทุกอย่างย้ายที่ได้ ยกเว้นกริยา
  4. ปฏิเสธมีสองตำแหน่ง และตำแหน่งหนึ่งแทรกกลางคำ
  5. ส่วนขยายมาก่อนคำที่ถูกขยาย
  6. ภาษาเกาหลีเว้นวรรคระหว่างหน่วย 어절
  7. ประธานหายไปเมื่อรู้อยู่แล้ว
  8. สามนิสัยที่ต้องเลิก
  9. วิธีสร้างปฏิกิริยาอัตโนมัติ

กริยาอยู่ท้ายประโยค

ภาษาไทยเรียงประธาน–กริยา–กรรม (ผมกินข้าว) ภาษาเกาหลีเรียงประธาน–กรรม–กริยา (ผม ข้าว กิน) ในภาษาเขียน กริยาไม่ย้ายที่เลย ไม่ว่าจะเป็นประโยคคำถาม ประโยคปฏิเสธ หรือประโยคยาว มีแต่ภาษาพูดสบาย ๆ ที่เติมส่วนที่นึกขึ้นได้ทีหลังไว้หลังกริยา (밥 먹었어, 나는)

저는 밥을 먹어요.ผมกินข้าว — เรียงตามตัวคือ ผม ข้าว กิน
저는 어제 친구를 만났어요.เมื่อวานผมเจอเพื่อน — ผม เมื่อวาน เพื่อน เจอ
먹었어요?กินข้าวหรือยัง — เครื่องหมายคำถามกับน้ำเสียงทำหน้าที่แทน หรือยัง ท้ายประโยคไทย

ข้อสุดท้ายมีข่าวดี ภาษาเกาหลีไม่สลับอะไรเพื่อตั้งคำถาม เหมือนภาษาไทย ต่างแค่ภาษาไทยเติม ไหม/หรือเปล่า/หรือยัง ท้ายประโยค ส่วนภาษาเกาหลีใช้น้ำเสียงและท้ายกริยา

ยังไม่จบประโยค ก็ยังไม่รู้ความหมาย

นี่คือผลที่ตามมาจริง ๆ และเป็นปัญหาการฟังก่อนจะเป็นปัญหาไวยากรณ์ ในภาษาไทย ไม่ กับ จะ มาก่อนกริยา (ไม่กิน จะกิน) พอได้ยินคำที่สองก็รู้แล้วว่าปฏิเสธหรือยังไม่เกิด ส่วน แล้ว ที่บอกว่าเกิดขึ้นแล้ว วางไว้ท้ายวลี (กินข้าวแล้ว) แต่ในภาษาเกาหลี การปฏิเสธ กาล และความสุภาพอยู่ท้ายกริยาทั้งหมด คล้ายตำแหน่งของ ครับ/ค่ะ ที่ปิดประโยคไทย

저는 밥을 먹었어요.ผมกินข้าวแล้ว
저는 밥을 먹지 않았어요.ผมไม่ได้กินข้าว
저는 밥을 먹을 거예요.ผมจะกินข้าว

ห้าพยางค์แรกของทั้งสามประโยคเหมือนกันทุกตัว คนไทยเคยชินกับการรู้ตั้งแต่กลางประโยคว่าใช่หรือไม่ใช่ ภาษาเกาหลีลงโทษนิสัยนี้ การฝึกให้ตัวเองรอจนจบประโยคคือส่วนใหญ่ของการฝึกฟังช่วงแรก

ทุกอย่างย้ายที่ได้ ยกเว้นกริยา

ในภาษาไทย ตำแหน่งบอกหน้าที่ของคำ ผมเจอเพื่อน กับ เพื่อนเจอผม คนละความหมาย ภาษาเกาหลีมีคำช่วยติดท้ายคำนามเพื่อบอกหน้าที่ ส่วนอื่นจึงย้ายได้อิสระ ลำดับคำกลายเป็นเรื่องของการเน้น ไม่ใช่ไวยากรณ์

저는 어제 친구를 만났어요.แบบกลาง ๆ
어제 저는 친구를 만났어요.เมื่อวาน — เน้นว่าเมื่อไร
친구를 저는 어제 만났어요.เพื่อน — เน้นว่าเจอใคร

ทั้งสามประโยคถูกไวยากรณ์และมีความหมายเดียวกัน คำช่วย 를 ทำให้ 친구 เป็นกรรมไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ภาษาไทยทำแบบนี้ไม่ได้ ย้ายคำแล้วผู้กระทำเปลี่ยน

สิ่งที่ไม่อิสระคือกริยาแต่ละตัวเรียกร้องคำช่วยตัวไหน คู่นี้ตายตัว ไม่ได้มาจากรูปประโยคไทย และเป็นจุดที่การแปลทีละคำพังแบบเงียบ ๆ บางครั้งกริยาไทยตามด้วยคำนามตรง ๆ แต่ภาษาเกาหลีใช้ 이/가 บางครั้งภาษาไทยต่อคำนามเข้ากับคำบอกความสามารถหรือสภาพได้เลยโดยไม่มีตัวเชื่อม แต่ภาษาเกาหลีนับคำนามนั้นเป็นกรรมและต้องทำเครื่องหมายด้วย 를

친구 만나요.เจอเพื่อน — รูปตรงกับภาษาไทย ไม่มีบุพบท แต่ภาษาเกาหลีต้องมี 를
버스 타요.ขึ้นรถเมล์ — ภาษาไทยก็ไม่มีบุพบท ต่างแค่ต้องเติม 를
한국어 잘해요.เก่งภาษาเกาหลี — ภาษาไทยต่อคำนามได้เลยโดยไม่มีตัวเชื่อม แต่ 잘하다 ต้องการกรรมที่ทำเครื่องหมายด้วย 를
의사 됐어요.เป็นหมอแล้ว — หมอ ตามหลัง เป็น เหมือนกรรม แต่ 되다 ต้องการ 가 ไม่ใช่ 를
학생 아니에요.ไม่ใช่นักเรียน — 아니다 ต้องการ 이/가 학생 จึงรับ 이 ไม่ใช่ 은/는

ปฏิเสธมีสองตำแหน่ง และตำแหน่งหนึ่งแทรกกลางคำ

ภาษาไทยมีช่องหลักช่องเดียว คือ ไม่ หน้ากริยา ภาษาเกาหลีมีสองช่องที่ความหมายใกล้เคียงกัน อยู่หน้ากริยาและเป็นรูปที่ได้ยินในภาษาพูด -지 않다 ติดหลังรากกริยาและค่อนไปทางภาษาเขียนหรือทางการ

먹어요.ไม่กิน — รูปสั้น ใช้ในชีวิตประจำวัน
지 않아요.ไม่กิน — รูปยาว เป็นทางการขึ้นเล็กน้อย
가요.ไปไม่ได้ — ทำไม่ได้ ไม่ใช่ไม่อยากทำ

คือ ไม่ (ไม่ทำ) และ คือ ทำไม่ได้ ภาษาไทยแยกสองอย่างนี้อยู่แล้ว (ไม่ไป กับ ไปไม่ได้) ส่วนนี้จึงถ่ายทอดมาได้ตรง ๆ สิ่งที่ถ่ายทอดไม่ได้คือตำแหน่งของ ในกริยาแบบ คำนาม + 하다 มันแทรกเข้าไปข้างใน ระหว่างคำนามกับ 하다

공부 해요.ไม่เรียน — 안 공부해요 ผิด
해요.ไม่ทำงาน
좋아해요.ไม่ชอบ — 좋아하다 เป็นคำเดียว 안 จึงอยู่ข้างนอก
공부하지 않아요.รูปยาวไม่แทรกกลางคำเลย ปลอดภัยเสมอ

กริยาสามตัวเปลี่ยนเป็นคำอื่นทั้งคำแทนที่จะเติมคำปฏิเสธ ภาษาไทยพูด ไม่มี ไม่รู้ ไม่อร่อย ได้ตรง ๆ แต่ภาษาเกาหลีไม่มี 안 있다 รูปปฏิเสธของ 있다 เป็นคนละคำ

있다 → 없다มี / ไม่มี
알다 → 모르다รู้ / ไม่รู้
맛있다 → 맛없다อร่อย / ไม่อร่อย

못 ก็มีรูปยาวเช่นกัน คือ -지 못하다 ซึ่งอยู่หลังกริยาแบบเดียวกับ -지 않다 가지 못해요 คือ 못 가요 ในภาษาเขียน ความหมายเหมือนกัน และการแทรกกลางกริยา 하다 ก็หายไป 공부하지 못해요 อยู่เป็นคำเดียว

ส่วนขยายมาก่อนคำที่ถูกขยาย

ภาษาไทยวางส่วนขยายไว้หลังคำนาม บ้านใหญ่ หนังสือที่ผมอ่านเมื่อวาน ภาษาเกาหลีกลับด้าน คำบรรยายทั้งหมดกองอยู่หน้าคำนาม นี่คือเหตุผลที่ประโยคเกาหลียาว ๆ ดูน่ากลัว

บ้านใหญ่ — ใหญ่ บ้าน แม้แต่คำคุณศัพท์คำเดียวก็อยู่ข้างหน้า
제가 어제 읽은หนังสือที่ผมอ่านเมื่อวาน — ผม เมื่อวาน อ่าน หนังสือ
옆집에 사는 사람คนที่อยู่บ้านข้าง ๆ — บ้านข้าง ๆ อยู่ คน

ภาษาไทยใช้ ที่ (หรือ ซึ่ง ในภาษาเขียน) เชื่อมประโยคขยายไว้หลังคำนาม ภาษาเกาหลีวางประโยคขยายไว้ข้างหน้าและเปลี่ยนท้ายกริยาเป็น -(으)ㄴ/-는/-(으)ㄹ ตามกาล เมื่อเจอประโยคที่มีช่วงยาวก่อนถึงคำนาม ช่วงนั้นกำลังบรรยายคำนามอยู่

รูปขยาย 읽은 กับ 사는 เป็นระบบของตัวเอง กริยามีสามรูป คำคุณศัพท์มีหนึ่งรูป และมีจุดที่ชนกันหนึ่งจุด มีบทความแยกต่างหาก

ภาษาเกาหลีเว้นวรรคระหว่างหน่วย 어절

ภาษาไทยเขียนติดกันภายในวลี เว้นวรรคระหว่างประโยคหรืออนุประโยค และเว้นวรรคหน้าหลังตัวเลข อักษรโรมัน และระหว่างชื่อกับนามสกุล ภาษาเกาหลีเว้นวรรคระหว่างหน่วยที่เรียกว่า 어절 [ออจอล] คือคำนามพร้อมคำช่วยที่ติดอยู่ หรือกริยาพร้อมท้ายคำทั้งหมด ประโยค 저는 어제 친구를 만났어요 มีสี่หน่วย

저는 밥을 먹어요.สามหน่วย — 저+는 밥+을 먹+어요 คำช่วยติดคำนามโดยไม่มีช่องว่าง
저 는 밥 을 먹어요. — คำช่วยไม่แยกจากคำนามเด็ดขาด
저는밥을먹어요. — เขียนติดกันแบบไทยไม่ได้
먹어요.ไม่กินข้าว — 안 เป็นคำแยก จึงมีช่องว่างทั้งสองข้าง

ช่องว่างจึงเป็นเครื่องมือฟังด้วย พยางค์สุดท้ายของแต่ละหน่วยมักเป็นคำช่วยหรือท้ายคำ และจังหวะหยุดของผู้พูดตกตรงรอยต่อเหล่านี้ เมื่ออ่านออกเสียง ให้เว้นจังหวะตามช่องว่าง ไม่ใช่ตามพยางค์

ประธานหายไปเมื่อรู้อยู่แล้ว

ข้อนี้คนไทยได้เปรียบ ภาษาไทยละประธานเมื่อรู้กันอยู่แล้ว (กินข้าวหรือยัง / กินแล้ว) ภาษาเกาหลีก็ทำแบบเดียวกัน ระวังอย่างเดียวคือหนังสือเรียนสอนให้ขึ้นต้นด้วย 저는 ทุกประโยค ซึ่งฟังดูยืนกรานแปลก

점심 먹었어요?กินข้าวเที่ยงหรือยัง — (คุณ) หายไป
네, 먹었어요.ครับ/ค่ะ กินแล้ว — (ผม) หายไป
어디 가요?ไปไหน — ไม่มี คุณ ในประโยค

สามนิสัยที่ต้องเลิก

วิธีสร้างปฏิกิริยาอัตโนมัติ

การอ่านให้เวลาคุณเรียงลำดับใหม่ในหัว แต่การฟังไม่ให้ การพูดตาม (shadowing) บังคับให้คุณผลิตลำดับแบบเกาหลีด้วยความเร็วแบบเกาหลี ซึ่งเป็นทางเดียวที่นิสัยกริยาท้ายประโยคจะกลายเป็นอัตโนมัติ

เริ่มจากประโยคสั้น ๆ ที่ท้ายประโยคเปลี่ยนความหมาย แล้วพูดออกเสียงจนกว่ารูปประโยคจะรู้สึกเป็นธรรมชาติ

ฝึกเรื่องนี้

รายการคำศัพท์ภาษาเกาหลี →

คู่มือทั้งหมด