คำเชื่อมประโยคภาษาเกาหลี 고, 서, 지만, 니까 — และ/แต่/เพราะ ที่ย้ายไปอยู่ท้ายกริยา
ภาษาไทยเชื่อมอนุประโยคด้วยคำแยก (และ แต่ เพราะ ถ้า) ภาษาเกาหลีเปลี่ยนท้ายกริยาตัวแรกแทน
ในหน้านี้
คำเชื่อมอยู่ในกริยา ไม่ใช่ระหว่างอนุประโยค
ภาษาไทยเติมคำแยกลงไป — และ, แต่, เพราะ…ก็เลย, ถ้า…ก็ — และกริยาไม่เปลี่ยนรูปเลย ภาษาเกาหลีเปลี่ยนท้ายของกริยาตัวแรกแทน ประโยคไหลต่อไปโดยไม่หยุด
| 밥을 먹고 갔어요. | กินข้าวแล้วก็ไป |
| 밥을 먹어서 배불러요. | กินข้าวแล้ว ก็เลยอิ่ม |
| 밥을 먹었지만 배고파요. | กินข้าวแล้ว แต่หิว |
เพราะคำเชื่อมติดอยู่กับกริยา คุณจึงหยุดตรงที่ภาษาไทยเว้นวรรคระหว่างอนุประโยคไม่ได้ ประโยคเกาหลีรู้สึกยาวเพราะเหตุนี้ และคำที่ทำงานเป็น ก็ ในฝั่งไทย (ก็เลย, ก็) ไม่มีที่ยืนในประโยคเชื่อมของเกาหลี — งานของมันถูกท้ายกริยาตัวแรกทำไปแล้ว อย่าหาที่ใส่ (เกาหลีมี 그래서/그러니까 ที่แปลว่า ก็เลย เหมือนกัน แต่ใช้ขึ้นต้นประโยคใหม่ ไม่ใช่กลางประโยคเดียว)
-고 — และ ทั้งเรียงลำดับและขนาน
ตัวหลักที่ใช้บ่อยที่สุด เชื่อมข้อเท็จจริงสองข้อโดยไม่อ้างเหตุผล ครอบคลุมทั้ง และ (ขนาน) กับ แล้ว/แล้วก็ (ลำดับ) ของไทยในท้ายเดียว
| 키가 크고 친절해요. | ตัวสูงและใจดี — ขนาน |
| 손을 씻고 먹어요. | ล้างมือแล้วค่อยกิน — ลำดับ |
| 저는 학생이고 형은 회사원이에요. | ผมเป็นนักเรียน ส่วนพี่ชายเป็นพนักงานบริษัท |
-아서/어서 กับ -(으)니까 — เพราะ ทั้งคู่
คู่ที่ผู้เรียนผิดบ่อยที่สุด ความต่างไม่ใช่ความสุภาพ — อยู่ที่ว่า อะไรตามหลังได้ ภาษาไทยไม่แยกกรณีนี้: ฝนตก ก็เลยไปไม่ได้ กับ ฝนตก เอาร่มไปด้วยนะ ใช้โครงเดียวกัน ภาษาเกาหลีแยก
| 비가 와서 못 갔어요. | ○ ฝนตก ก็เลยไปไม่ได้ |
| 비가 오니까 우산 가져가세요. | ○ ฝนตกอยู่ เอาร่มไปด้วย |
| ✗ — 서 นำหน้าคำสั่งไม่ได้ |
สรุป: -서 หน้าประโยคบอกเล่า -니까 หน้าคำขอ คำสั่ง หรือคำชวน มีความต่างข้อสอง — คำขอโทษและขอบคุณใช้ 서 ไม่ใช้ 니까 เด็ดขาด 늦어서 죄송합니다 ตรงนี้ภาษาไทยช่วยคุณได้: ขอโทษที่มาสาย, ขอบคุณที่ช่วย — ที่ หลังคำขอโทษ/ขอบคุณ คือที่ของ 서 พอดี เพียงแต่ลำดับกลับด้าน อีกอย่าง ภาษาไทยเอาผลขึ้นก่อนได้ (ไปไม่ได้เพราะฝนตก) ภาษาเกาหลีสลับแบบนั้นไม่ได้ในรูปมาตรฐาน — อนุประโยคที่มี 서/니까 ขึ้นก่อน (ภาษาพูดเติมเหตุต่อท้ายทีหลังก็มี เช่น 빨리 가자, 늦었으니까 แต่ให้ยึดรูปที่เหตุขึ้นก่อน)
-지만 — แต่
ความขัดแย้งตรง ๆ และต่างจาก 서 ตรงที่ติดกับกริยาที่ใส่กาลแล้วได้โดยตรง ลำดับเหมือน แพงแต่ดี ของไทย — อนุประโยคที่ถูกขัดขึ้นก่อน ต่างแค่ แต่ ไม่ได้อยู่ระหว่าง แต่เกาะอยู่ท้ายกริยาตัวแรก
| 비싸지만 좋아요. | แพงแต่ดี |
| 갔지만 없었어요. | ไปแล้วแต่ไม่อยู่ |
| 미안하지만 못 가요. | ขอโทษนะ แต่ไปไม่ได้ — ใช้ลดความแรง |
-(으)면 — ถ้า และ เมื่อ ที่หมายถึงทุกครั้ง
-(으)면 ครอบคลุม ถ้า และ เมื่อ/พอ ชนิดที่หมายถึง ทุกครั้งที่ — เงื่อนไข สมมุติ สิ่งที่เกิดซ้ำ สำหรับอดีตมันไม่ครอบคลุมเวลาเจาะจง — ตรงนั้นคือที่มันแตก อนาคตครั้งเดียวเจาะจงใช้ได้: 도착하면 바로 전화할게요 (ถึงแล้วจะโทรหาทันที — ไทยก็ใช้ ถ้า/พอ ตรงนี้ได้เหมือนกัน) ภาษาเกาหลีมีคำเชื่อมแยกสำหรับเวลาเจาะจง และตอนถัดไปว่าด้วยเรื่องนั้น
| 시간 있으면 연락하세요. | ถ้ามีเวลาก็ติดต่อมา |
| 봄이 되면 꽃이 펴요. | พอถึงฤดูใบไม้ผลิ ดอกไม้ก็บาน |
| 가면 안 돼요. | ไปไม่ได้ / ห้ามไป — สำนวนตายตัว |
-(으)ㄹ 때 — ตอนที่ เวลาเจาะจง
นี่คือคำเชื่อมที่ผู้เรียนจากหลายภาษาพลาด เพราะ -(으)면 ถูกแปลว่า “เมื่อ” ไปแล้ว คุณได้เปรียบ: ภาษาไทยแยก ถ้า กับ ตอน/ตอนที่ อยู่แล้ว -(으)ㄹ 때 คือ ตอนที่ — จุดหรือช่วงเวลาจริง — และสำหรับอดีตกลายเป็น -았/었을 때
| 어릴 때 부산에 살았어요. | ตอนเด็ก ผมอยู่ปูซาน |
| ✗ — อดีตครั้งเดียวที่จบแล้วรับ -(으)면 ไม่ได้ (ไทยก็ไม่พูดว่า ถ้าเด็ก ผมอยู่ปูซาน) | |
| 밥 먹을 때 전화가 왔어요. | ตอนกินข้าวอยู่ มีโทรศัพท์เข้ามา |
| 시간 있으면 연락하세요. | ถ้ามีเวลาก็ติดต่อมา — เงื่อนไข จึงเป็น 면 |
การทดสอบที่ตัดสิน: เหตุการณ์จบแล้วหรือยัง? ถ้าจบแล้วและคุณหมายถึงครั้งใดครั้งหนึ่ง ต้องใช้ -(으)ㄹ 때 ถ้ายังอยู่ข้างหน้าหรือเกิดซ้ำ -(으)면 ใช้ได้ — แม้เป็นอนาคตครั้งเดียว ข้อสังเกต: มันเกาะกับท้ายรูปอนาคต -(으)ㄹ แม้ความหมายเป็นอดีต รูปนั้นตายตัว อย่าแปล ㄹ ตรงนี้เป็น จะ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้ -서 หน้าคำสั่ง ข้อผิดพลาดคำเชื่อมที่พบบ่อยที่สุด — และภาษาไทยไม่เตือนคุณ เพราะฝั่งไทยวางเหตุไว้หน้าคำสั่งได้เฉย ๆ (ฝนตก เอาร่มไปด้วยนะ)
- ใส่กาลลงบน -서 먹었어서 ผิด -서 คือตัวที่ปฏิเสธกาล — 먹어서 배불렀어요 ตัวอื่นรับได้สบาย: 갔지만, 늦었으니까 ผู้พูดภาษาไทยเผลอง่าย เพราะ แล้ว เกาะท้ายอนุประโยคแรกเสมอ (กินข้าวแล้วก็เลยอิ่ม)
- ใช้ -니까 ขอโทษ 늦으니까 죄송합니다 ฟังเหมือนโทษสถานการณ์
- แปล และ เป็นคำแยก 그리고 มีอยู่ แต่เชื่อมประโยคต่อประโยค ไม่เชื่อมอนุประโยคในประโยคเดียว ต่างจาก และ ของไทยที่ทำได้ทั้งสองอย่าง
- ต่อ -고 ยาวเกิน สามสี่ตัวติดกันถูกไวยากรณ์ แต่ฟังเหนื่อย
ทำให้ถูกด้วยความรู้สึก
คำเชื่อมคือเส้นแบ่งระหว่างพูดเป็นท่อน ๆ กับพูดเป็นประโยค และมันสั้น ไม่ลงน้ำหนัก จึงหายไปเมื่อคุณอ่านในใจ
พูดเป็นคู่ออกเสียงติดกัน — 와서 / 오니까, 먹고 / 먹어서 — จนตัวที่ผิดฟังผิดก่อนที่คุณจะอธิบายได้ว่าทำไม
ฝึกเรื่องนี้
คู่มือทั้งหมด
- อ่านฮันกึล (한글) ตัวอักษรเกาหลี: 5 รูป 2 ขั้นตอน กับบ่ายเดียว
- ลำดับคำภาษาเกาหลี: กริยาอยู่ท้ายประโยคเสมอ
- คำช่วยภาษาเกาหลี 은/는 กับ 이/가: คำช่วยที่ทำให้ทุกคนสะดุด
- คำช่วยภาษาเกาหลี 에 กับ 에서, 을/를, (으)로: คำช่วยหลังจากประธาน
- การผันกริยาภาษาเกาหลี: จาก 먹다 เป็น 먹어요 — กฎ 아요/어요
- กริยาผิดกฎภาษาเกาหลี ㅂ ㄷ ㅅ 르 으 ㅎ — หกแบบ และคู่ที่ต้องจำ
- รูปขยายนามภาษาเกาหลี 읽은 책, 읽는 책, 읽을 책 — “หนังสือที่…” แบบเกาหลี
- ไวยากรณ์เกาหลี -(으)ㄹ 수 있다, -고 싶다 — ได้ อยาก ต้อง ห้าม ในภาษาเกาหลี
- ระดับภาษาเกาหลี 반말, 해요체, 합쇼체 — ความสุภาพอยู่ในท้ายกริยา ไม่ใช่แค่คำลงท้ายกับสรรพนาม
- คำลงท้ายภาษาเกาหลี -네요 -죠 -군요 -잖아요: ชั้นของ 'นะ สิ นี่ ไง' ที่ทำให้ฟังเป็นคนเกาหลี
- -(으)ㄹ까요 กับ -(으)ㄹ 것 같다 ภาษาเกาหลี: ถาม เสนอ และไม่ฟันธง — เทียบ …ดีไหม / …ได้ไหม กับ คง / น่าจะ
- คำยกย่องภาษาเกาหลี 시, 님, 께서 — และคำที่เปลี่ยนทั้งคำเหมือนราชาศัพท์
- ลักษณนามภาษาเกาหลี 개·명·권·잔 — ทำไม 하나 กลายเป็น 한
- กาลในภาษาเกาหลี: อดีต ปัจจุบัน อนาคต — และ 겠 สำหรับสิ่งที่คุณคาดเดา
- กฎการออกเสียงภาษาเกาหลี: ทำไมถึงฟังไม่ตรงกับตัวเขียน
- พูดตาม (Shadowing) ภาษาเกาหลี: วิธีฝึกฟัง-พูดที่ได้ผลจริงสำหรับคนไทย