กาลในภาษาเกาหลี: อดีต ปัจจุบัน อนาคต — และ 겠 สำหรับสิ่งที่คุณคาดเดา
ภาษาเกาหลีมีกาลแค่สามช่อง และไม่มีกาลสมบูรณ์ให้ปวดหัว สิ่งที่คนไทยต้องระวังคือ: ตัวบอกอดีตของเกาหลีเป็นข้อบังคับ ไม่ใช่ แล้ว ที่จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้
ในหน้านี้
สามกาล และมีเพียงอดีตที่มีตัวบ่งชี้ของตัวเอง
ในภาษาไทย ผมกินข้าว จะเป็นเมื่อวานหรือตอนนี้ก็ได้ — บริบทบอกเอง และ แล้ว, กำลัง, จะ เป็นคำเสริมที่จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ภาษาเกาหลีต่างตรงที่กาลอยู่ในส่วนท้ายของกริยา ตรงหน้าส่วนท้ายบอกความสุภาพพอดี — แม้จะมีเพียงอดีตเท่านั้นที่มีตัวบ่งชี้ของตัวเองตรงนั้น พอมองเห็นชั้นเหล่านี้ กริยาเกาหลียาว ๆ ก็เลิกดูสุ่ม
| 먹어요 | กิน / กำลังกิน — ปัจจุบัน |
| 먹었어요 | กินแล้ว / ได้กิน — อดีต |
| 먹을 거예요 | จะกิน — อนาคต |
สำหรับการใช้พื้นฐาน ระบบทั้งหมดมีแค่นี้ สิ่งที่คนไทยต้องปรับมีทิศทางเดียว: ในภาษาไทยคุณละตัวบอกกาลได้เมื่อบริบทชัด แต่ในภาษาเกาหลี เรื่องที่เกิดไปแล้วต้องใส่ 았/었 ที่กริยาท้ายประโยคทุกครั้ง แม้จะมี 어제 (เมื่อวาน) อยู่ในประโยคแล้วก็ตาม
ปัจจุบันครอบคลุมการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่
먹어요 หมายถึงทั้ง กิน และ กำลังกิน ข้อนี้ตรงกับภาษาไทยที่ กินข้าว เฉย ๆ ก็ใช้ตอบว่ากำลังทำอะไรอยู่ได้ มีรูปเฉพาะสำหรับการดำเนินอยู่ (-고 있다 ≈ กำลัง…อยู่) แต่ใช้น้อยกว่าที่ผู้เรียนซึ่งผ่านตำราภาษาอังกฤษมาคาดไว้
| 뭐 해요? | ทำอะไรอยู่? |
| 밥 먹어요. | กินข้าวอยู่ |
| 밥 먹고 있어요. | กำลังกินข้าวอยู่ — เน้นว่ากำลังดำเนิน |
การใช้ -고 있다 พร่ำเพรื่อเป็นนิสัยของผู้เรียนที่พบบ่อย เจ้าของภาษาเลือกปัจจุบันธรรมดาบ่อยกว่ามาก
ความถี่เป็นเรื่องหนึ่ง อีกเรื่องคือภาษาเกาหลีแยก “กำลัง…” ออกเป็นสองแบบและบังคับให้คุณเลือก -고 있다 คือการกระทำที่กำลังดำเนิน ส่วน -아/어 있다 คือสภาพที่เหลืออยู่หลังการกระทำนั้นจบลง ภาษาไทยลากเส้นเดียวกันได้เมื่อต้องการ — ประตูกำลังเปิดออก กับ ประตูเปิดอยู่ — ความแตกต่างนี้จึงเป็นของคุณอยู่แล้ว สิ่งที่ภาษาไทยไม่เคยทำคือบังคับให้เลือกทุกครั้ง ข้อจำกัดหนึ่ง: -아/어 있다 ต่อได้เฉพาะกริยาที่ไม่มีกรรม 먹어 있다 จึงไม่มีอยู่
| 앉아 있어요. | ○ เธอนั่งอยู่ — นั่งลงไปแล้วและยังนั่งอยู่ |
| 앉고 있어요. | △ — เธอกำลังหย่อนตัวลงเก้าอี้วินาทีนี้ ไม่ใช่ความหมายของ นั่งอยู่ |
| 문이 열려 있어요. | ประตูเปิดอยู่ — สภาพที่ถูกทิ้งไว้ |
| 문이 열리고 있어요. | ประตูกำลังเปิดออก — ตัวการกระทำเอง |
| 가고 있어요. | เธอกำลังเดินทางไป — การเคลื่อนที่ที่กำลังดำเนิน -고 있다 จึงถูกต้องตรงนี้ |
อนาคตมีสองรูปที่ให้ความรู้สึกต่างกัน
-(으)ㄹ 거예요 คือการคาดการณ์หรือแผนธรรมดา — ใกล้กับ จะ ของไทยที่สุด -(으)ㄹ게요 คือคำสัญญาหรือการเสนอตัวต่อผู้ฟัง อารมณ์เดียวกับ เดี๋ยว…นะ หรือ …ให้นะ — และใช้พูดถึงบุคคลที่สามไม่ได้
| 갈 거예요. | จะไป — บอกเล่า |
| 갈게요. | เดี๋ยวไปนะ — ผมกำลังบอกคุณว่าผมจะไป |
| 비가 올 거예요. | ○ ฝนจะตก |
| ✗ — ฝนสัญญาอะไรกับคุณไม่ได้ |
겠 — การคาดเดา ความตั้งใจ และการทำให้นุ่มนวล ในพยางค์เดียว
-겠- ทำสามหน้าที่: บ่งการคาดเดาที่คุณกำลังสรุปอยู่ตอนนี้ บอกความตั้งใจของตัวคุณเอง และทำให้สิ่งที่กำลังจะพูดนุ่มนวลลง มันอยู่ทุกที่ในบทสนทนา และแทบไม่เคยถูกสอนเร็วพอ
| 맛있겠다! | ท่าทางน่าอร่อย! — คาดเดาจากสิ่งที่เห็น |
| 힘들겠어요. | คงเหนื่อยแย่ — คาดเดา แสดงความเห็นใจ |
| 제가 하겠습니다. | ผมจะทำเอง — ความตั้งใจ อาสา |
| 확인하겠습니다. | จะตรวจสอบให้ — ความตั้งใจ คำมั่น |
| 알겠습니다. | รับทราบ — ทำให้นุ่มนวล 압니다 จะฟังห้วน |
| 처음 뵙겠습니다. | ยินดีที่ได้รู้จัก — คำทักทายที่ถูกทำให้นุ่มนวล |
ภาษาไทยจับคู่ได้เป็นส่วน ๆ: การคาดเดาคือ คง / น่าจะ / ท่าทาง ส่วนความตั้งใจคือ จะ…เอง ที่หมดคู่คือการทำให้นุ่มนวล — 알겠습니다 ไม่มีคำไทยคำเดียวรองรับ และเพราะสามงานนี้กระจายอยู่ในคำไทยคนละคำ ผู้เรียนจึงได้ยิน 겠 ตลอดเวลาแต่จับตำแหน่งมันไม่ได้
ข้อผิดพลาดที่คนไทยเจอบ่อย
- ละตัวบอกอดีตเพราะมีคำบอกเวลาแล้ว
어제 먹어요ไม่ได้ — ต้อง 어제 먹었어요 ภาษาไทยปล่อยให้ เมื่อวานกิน ทำงานได้ ภาษาเกาหลีไม่ปล่อย - มอง แล้ว = 았/었 แล้ว บอกว่าเสร็จหรือเปลี่ยนสภาพ ไม่ใช่เวลาอดีต — ไปแล้วนะ ที่พูดตอนกำลังจะออกคือ 갈게요 ไม่ใช่
갔어요และ อายุสามสิบแล้ว คือ 서른 살이에요 ไม่ใช่서른 살이었어요 - หากาลสมบูรณ์ ไม่มี 먹었어요 ทำทั้งสองงาน
- ใช้ -고 있다 พร่ำเพรื่อ เพราะเทียบกับ กำลัง ทุกครั้ง ปัจจุบันธรรมดามักพอแล้ว
- ใช้ -고 있다 กับสภาพ เธอนั่งอยู่ คือ 앉아 있어요 และ ประตูเปิดอยู่ คือ 열려 있어요 앉고 있어요 คือครึ่งวินาทีของการหย่อนตัวลงเก้าอี้
- ใช้ -ㄹ게요 พูดถึงคนอื่น มันใช้ได้กับคำสัญญาของตัวคุณเองเท่านั้น
- สลับ 겠 กับ -(으)ㄹ 거예요 ทั้งคู่ดูเป็นอนาคตได้ แต่ 겠 คือความตั้งใจของคุณเองหรือการตัดสินเฉพาะหน้า ส่วน -(으)ㄹ 거예요 คือแผนหรือการคาดการณ์ — 제가 하겠습니다 อาสา 제가 할 거예요 แค่รายงาน
- ลืมว่ากาลอยู่หน้าความสุภาพ 먹었어요 ไม่ใช่ 먹어었요
วิธีฝึก
ส่วนท้ายบอกกาลสั้นและไม่เน้นเสียง แถมอยู่ท้ายประโยคซึ่งความสนใจของผู้เริ่มเรียนหมดไปแล้ว การฟังพยางค์สุดท้ายเป็นทักษะที่ต้องตั้งใจสร้าง — สำหรับคนไทยยิ่งต้อง เพราะหูของคุณชินกับการหาคำอย่าง แล้ว/จะ ข้างกริยา ไม่ใช่ข้างในกริยา
เอากริยาหนึ่งคำมาพูดทั้งสี่รูปติดกันดัง ๆ — 먹어요, 먹었어요, 먹을 거예요, 맛있겠다 — จนรูปแยกจากกันได้ด้วยหู
ฝึกเรื่องนี้
คู่มือทั้งหมด
- อ่านฮันกึล (한글) ตัวอักษรเกาหลี: 5 รูป 2 ขั้นตอน กับบ่ายเดียว
- ลำดับคำภาษาเกาหลี: กริยาอยู่ท้ายประโยคเสมอ
- คำช่วยภาษาเกาหลี 은/는 กับ 이/가: คำช่วยที่ทำให้ทุกคนสะดุด
- คำช่วยภาษาเกาหลี 에 กับ 에서, 을/를, (으)로: คำช่วยหลังจากประธาน
- การผันกริยาภาษาเกาหลี: จาก 먹다 เป็น 먹어요 — กฎ 아요/어요
- กริยาผิดกฎภาษาเกาหลี ㅂ ㄷ ㅅ 르 으 ㅎ — หกแบบ และคู่ที่ต้องจำ
- รูปขยายนามภาษาเกาหลี 읽은 책, 읽는 책, 읽을 책 — “หนังสือที่…” แบบเกาหลี
- ไวยากรณ์เกาหลี -(으)ㄹ 수 있다, -고 싶다 — ได้ อยาก ต้อง ห้าม ในภาษาเกาหลี
- ระดับภาษาเกาหลี 반말, 해요체, 합쇼체 — ความสุภาพอยู่ในท้ายกริยา ไม่ใช่แค่คำลงท้ายกับสรรพนาม
- คำลงท้ายภาษาเกาหลี -네요 -죠 -군요 -잖아요: ชั้นของ 'นะ สิ นี่ ไง' ที่ทำให้ฟังเป็นคนเกาหลี
- -(으)ㄹ까요 กับ -(으)ㄹ 것 같다 ภาษาเกาหลี: ถาม เสนอ และไม่ฟันธง — เทียบ …ดีไหม / …ได้ไหม กับ คง / น่าจะ
- คำยกย่องภาษาเกาหลี 시, 님, 께서 — และคำที่เปลี่ยนทั้งคำเหมือนราชาศัพท์
- ลักษณนามภาษาเกาหลี 개·명·권·잔 — ทำไม 하나 กลายเป็น 한
- คำเชื่อมประโยคภาษาเกาหลี 고, 서, 지만, 니까 — และ/แต่/เพราะ ที่ย้ายไปอยู่ท้ายกริยา
- กฎการออกเสียงภาษาเกาหลี: ทำไมถึงฟังไม่ตรงกับตัวเขียน
- พูดตาม (Shadowing) ภาษาเกาหลี: วิธีฝึกฟัง-พูดที่ได้ผลจริงสำหรับคนไทย