ShadowingKorean

กาลในภาษาเกาหลี: อดีต ปัจจุบัน อนาคต — และ 겠 สำหรับสิ่งที่คุณคาดเดา

ภาษาเกาหลีมีกาลแค่สามช่อง และไม่มีกาลสมบูรณ์ให้ปวดหัว สิ่งที่คนไทยต้องระวังคือ: ตัวบอกอดีตของเกาหลีเป็นข้อบังคับ ไม่ใช่ แล้ว ที่จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้

ในหน้านี้
  1. สามกาล และมีเพียงอดีตที่มีตัวบ่งชี้ของตัวเอง
  2. ปัจจุบันครอบคลุมการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่
  3. อนาคตมีสองรูปที่ให้ความรู้สึกต่างกัน
  4. 겠 — การคาดเดา ความตั้งใจ และการทำให้นุ่มนวล ในพยางค์เดียว
  5. ข้อผิดพลาดที่คนไทยเจอบ่อย
  6. วิธีฝึก

สามกาล และมีเพียงอดีตที่มีตัวบ่งชี้ของตัวเอง

ในภาษาไทย ผมกินข้าว จะเป็นเมื่อวานหรือตอนนี้ก็ได้ — บริบทบอกเอง และ แล้ว, กำลัง, จะ เป็นคำเสริมที่จะใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ ภาษาเกาหลีต่างตรงที่กาลอยู่ในส่วนท้ายของกริยา ตรงหน้าส่วนท้ายบอกความสุภาพพอดี — แม้จะมีเพียงอดีตเท่านั้นที่มีตัวบ่งชี้ของตัวเองตรงนั้น พอมองเห็นชั้นเหล่านี้ กริยาเกาหลียาว ๆ ก็เลิกดูสุ่ม

กิน / กำลังกิน — ปัจจุบัน
어요กินแล้ว / ได้กิน — อดีต
을 거예요จะกิน — อนาคต

สำหรับการใช้พื้นฐาน ระบบทั้งหมดมีแค่นี้ สิ่งที่คนไทยต้องปรับมีทิศทางเดียว: ในภาษาไทยคุณละตัวบอกกาลได้เมื่อบริบทชัด แต่ในภาษาเกาหลี เรื่องที่เกิดไปแล้วต้องใส่ 았/었 ที่กริยาท้ายประโยคทุกครั้ง แม้จะมี 어제 (เมื่อวาน) อยู่ในประโยคแล้วก็ตาม

ปัจจุบันครอบคลุมการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่

먹어요 หมายถึงทั้ง กิน และ กำลังกิน ข้อนี้ตรงกับภาษาไทยที่ กินข้าว เฉย ๆ ก็ใช้ตอบว่ากำลังทำอะไรอยู่ได้ มีรูปเฉพาะสำหรับการดำเนินอยู่ (-고 있다 ≈ กำลัง…อยู่) แต่ใช้น้อยกว่าที่ผู้เรียนซึ่งผ่านตำราภาษาอังกฤษมาคาดไว้

뭐 해요?ทำอะไรอยู่?
밥 먹어요.กินข้าวอยู่
밥 먹고 있어요.กำลังกินข้าวอยู่ — เน้นว่ากำลังดำเนิน

การใช้ -고 있다 พร่ำเพรื่อเป็นนิสัยของผู้เรียนที่พบบ่อย เจ้าของภาษาเลือกปัจจุบันธรรมดาบ่อยกว่ามาก

ความถี่เป็นเรื่องหนึ่ง อีกเรื่องคือภาษาเกาหลีแยก “กำลัง…” ออกเป็นสองแบบและบังคับให้คุณเลือก -고 있다 คือการกระทำที่กำลังดำเนิน ส่วน -아/어 있다 คือสภาพที่เหลืออยู่หลังการกระทำนั้นจบลง ภาษาไทยลากเส้นเดียวกันได้เมื่อต้องการ — ประตูกำลังเปิดออก กับ ประตูเปิดอยู่ — ความแตกต่างนี้จึงเป็นของคุณอยู่แล้ว สิ่งที่ภาษาไทยไม่เคยทำคือบังคับให้เลือกทุกครั้ง ข้อจำกัดหนึ่ง: -아/어 있다 ต่อได้เฉพาะกริยาที่ไม่มีกรรม 먹어 있다 จึงไม่มีอยู่

아 있어요. เธอนั่งอยู่ — นั่งลงไปแล้วและยังนั่งอยู่
고 있어요.△ — เธอกำลังหย่อนตัวลงเก้าอี้วินาทีนี้ ไม่ใช่ความหมายของ นั่งอยู่
문이 열려 있어요.ประตูเปิดอยู่ — สภาพที่ถูกทิ้งไว้
문이 열리고 있어요.ประตูกำลังเปิดออก — ตัวการกระทำเอง
고 있어요.เธอกำลังเดินทางไป — การเคลื่อนที่ที่กำลังดำเนิน -고 있다 จึงถูกต้องตรงนี้

อนาคตมีสองรูปที่ให้ความรู้สึกต่างกัน

-(으)ㄹ 거예요 คือการคาดการณ์หรือแผนธรรมดา — ใกล้กับ จะ ของไทยที่สุด -(으)ㄹ게요 คือคำสัญญาหรือการเสนอตัวต่อผู้ฟัง อารมณ์เดียวกับ เดี๋ยว…นะ หรือ …ให้นะ — และใช้พูดถึงบุคคลที่สามไม่ได้

거예요.จะไป — บอกเล่า
게요.เดี๋ยวไปนะ — ผมกำลังบอกคุณว่าผมจะไป
비가 올 거예요. ฝนจะตก
비가 올게요. — ฝนสัญญาอะไรกับคุณไม่ได้

겠 — การคาดเดา ความตั้งใจ และการทำให้นุ่มนวล ในพยางค์เดียว

-겠- ทำสามหน้าที่: บ่งการคาดเดาที่คุณกำลังสรุปอยู่ตอนนี้ บอกความตั้งใจของตัวคุณเอง และทำให้สิ่งที่กำลังจะพูดนุ่มนวลลง มันอยู่ทุกที่ในบทสนทนา และแทบไม่เคยถูกสอนเร็วพอ

맛있다!ท่าทางน่าอร่อย! — คาดเดาจากสิ่งที่เห็น
힘들어요.คงเหนื่อยแย่ — คาดเดา แสดงความเห็นใจ
제가 하습니다.ผมจะทำเอง — ความตั้งใจ อาสา
확인하습니다.จะตรวจสอบให้ — ความตั้งใจ คำมั่น
습니다.รับทราบ — ทำให้นุ่มนวล 압니다 จะฟังห้วน
처음 뵙습니다.ยินดีที่ได้รู้จัก — คำทักทายที่ถูกทำให้นุ่มนวล

ภาษาไทยจับคู่ได้เป็นส่วน ๆ: การคาดเดาคือ คง / น่าจะ / ท่าทาง ส่วนความตั้งใจคือ จะ…เอง ที่หมดคู่คือการทำให้นุ่มนวล — 알겠습니다 ไม่มีคำไทยคำเดียวรองรับ และเพราะสามงานนี้กระจายอยู่ในคำไทยคนละคำ ผู้เรียนจึงได้ยิน 겠 ตลอดเวลาแต่จับตำแหน่งมันไม่ได้

ข้อผิดพลาดที่คนไทยเจอบ่อย

วิธีฝึก

ส่วนท้ายบอกกาลสั้นและไม่เน้นเสียง แถมอยู่ท้ายประโยคซึ่งความสนใจของผู้เริ่มเรียนหมดไปแล้ว การฟังพยางค์สุดท้ายเป็นทักษะที่ต้องตั้งใจสร้าง — สำหรับคนไทยยิ่งต้อง เพราะหูของคุณชินกับการหาคำอย่าง แล้ว/จะ ข้างกริยา ไม่ใช่ข้างในกริยา

เอากริยาหนึ่งคำมาพูดทั้งสี่รูปติดกันดัง ๆ — 먹어요, 먹었어요, 먹을 거예요, 맛있겠다 — จนรูปแยกจากกันได้ด้วยหู

ฝึกเรื่องนี้

รายการคำศัพท์ภาษาเกาหลี →

คู่มือทั้งหมด